มิยาวะสุ
หลังจากนั้นเป็นการดวลกันแบบตัวต่อตัว ซึ่ง มิยาวะสุ ถูกจับคู่ให้ดวลกับ ซากุรางิ ... ในทีแรก ซากุรางิ นั้นถึงกับลูบปาก เพราะอีกฝั่งให้คนตัวเล็กและอ่อนแอกว่ามาประกบเขาแบบนี้ จึงทำให้ ซากุรางิ พยายามจะเอาชนะ มิยาวะสุ ด้วยการพยายามทำแต้มเอง ซึ่งแน่นอนว่า มิยาวะสุ ไม่มีทีท่าแม้แต่จะกระโดดป้องกันเลยแม้แต่น้อย ... แน่นอนเรื่องแรงเขาสู้ซากุรางิไม่ได้ การจะให้กระโดดเเข่งกันเป็นอะไรที่เปลืองแรงเปล่า และ มิยาวะสุ แก้ปัญหาด้วยการคิดวิเคราะห์ เขาปล่อยให้ซากุรางิเล่นเพราะรู้ว่า ซากุรางิ ณ เวลานั้นยังเป็นผู้เล่นที่มีทักษะบาสต่ำมาก การชู้ตใต้เเป้นก็ไร้ประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าต่อให้ปล่อยขึ้นไปชู้ตใต้แป้น ซากุรางิ ก็ไม่สามารถทำแต้มได้อยู่ดี ... ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น ซากุรางิ ชู้ตไม่ลงจริงๆ
หนำซ้ำเมื่อ ไคนัน รีบาวด์จากลูกที่ ซากุรางิ ทำเสียได้ ผู้เล่นทุกคนในทีมก็ทำตามแผนที่โค้ชวางไว้ คือการให้เหล่าผู้เล่นระดับหัวแถวของทีมเป็นตัวหลอก โดยวางให้ มิยาวะสุ ทำหน้าที่เป็นตัวทำแต้ม ซึ่งไม่มีผู้เล่นโชโฮคุคนไหนคิดทัน
ด้วยความสูง 160 เซนติเมตร แถมร่างก็ผอมบาง มิยาวะสุ เลือกวิธีทำแต้มที่เหมาะกับตัวเองอย่างที่สุด เขาไม่เข้าไปปะทะกับใครเเละปล่อยให้ มากิ กับผองเพื่อนทำหน้าที่สกรีนให้ ขณะที่ตัวของเขาสแตนด์บายอยู่วงนอก รับบอล และชู้ต 3 แต้ม ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาซ้อมการชู้ต 3 แต้มที่เป็นอาวุุธเดียวของเขามามากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เมื่อ มิยาวะสุ ต้องดวลกับ โชโฮคุ ที่มี ซากุรางิ อยู่ในสนาม เขาชู้ต 3 แต้มลงทุกลูก และทำแต้มให้ สาธิต ไคนัน ทิ้งห่างโชโฮคุไปไกล จนต้องมีการปรับแก้เกมด้วยการเปลี่ยน ซากุรางิ ที่ยิ่งเล่นยิ่งหงุดหงิดเพราะต้องแพ้ให้กับ มิยาวะสุ ออก และเปลี่ยนเอา โคงุเระ คิมิโนบุ รองกัปตันทีม (ซากุรางิ ตั้งฉายาว่า "แว่นคุง") ลงมาเล่นแทน จึงแก้ลำได้ และทำให้สุดท้ายแล้วเมื่อโดนจับทาง มิยาวะสุ ก็กลับไปนั่งที่ม้านั่งสำรองตามเดิม พร้อมกับแต้มเป็นกอบเป็นกำที่เขาทำได้ ... แม้โชโฮคุจะแก้เกมได้ แต่ มิยาวะสุ ทำให้เกมเปลี่ยนไปแล้ว
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ มิยาวะสุ ลงมาในสนาม แต่ก็เป็นช่วงเวลาทองของ ไคนัน ที่ทำให้โมเมนตั้มของเกมนั้นเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง การเอาชนะสงครามประสาทและการทำหน้าที่อาวุธลับยิง 3 แต้ม ที่แม่นยำ กลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุดท้ายแล้วแม้เกมจะยื้อกันไปพลิกกันมา ไคนัน ก็เอาชนะ โชโฮคุ ด้วยระยะห่างเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ...
ชัยชนะในเกมนี้เป็นของ มิยาวะสุ และ ไคนัน อย่างแท้จริง นอกจากนี้มันยังเป็นชัยชนะที่เปลี่ยนแปลงให้เรื่องสแลมดังก์เข้มข้นเข้าไปอีกต่างหาก เพราะหลังจากการแพ้ ไคนัน ... ซากุรางิ ก็เปลี่ยนเเปลงตัวเองใหม่ด้วยการโกนหัว และทุ่มเทกับการฝึกมากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นเรียกได้ว่า มิยาวะสุ คือตัวประกอบที่ช่วยปูเส้นทางและชงให้ ซากุรางิ ฮานามิจิ เติบโตในฐานะนักบาสเกตบอลอีกขั้นอย่างแท้จริง
หากไม่มี มากิ คอยช่วยสกรีนในการเล่นและให้กำลังใจในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง มิยาวะสุ คงสมาธิแตกกระเจิงจนกลายเป็นจุดอ่อนของทีมไปแล้ว เช่นเดียวกันคือการได้ ซากุรางิ คนที่อ่อนเบสิคที่สุดในโชโฮคุ จึงกลายเป็นการดวลระหว่างงูเหลือมกับเชือกกล้วย และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ มิยาวะสุ ลงสนามมาในเวลาที่ใครต่างก็มองข้ามเขา และนั่นกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้ลบคำสบประสาททั้งหมดด้วยทักษะ 3 แต้มซ่อนไว้ดั่งอาวุธลับนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : แทงบอลเสต็ป
ติดตามข่าวสารได้ที่ : www.sportsuptodate.net
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น